พระเหลาเทพนิมิตในฐานะตำนานท้องถิ่นแห่งพนา
วัดพระเหลาเทพนิมิตตั้งอยู่ในอำเภอพนา จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นสถานที่ซึ่งเรื่องเล่าท้องถิ่นและหลักฐานทางประวัติศาสตร์มาบรรจบกันอย่างน่าสนใจ ในข้อมูลด้านการท่องเที่ยวระบุว่าวัดตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 2134 ตำบลพนา และสร้างขึ้นราว พ.ศ. 2263 ในรัชสมัยพระเจ้าท้ายสระ เดิมเรียกว่า วัดศรีโพธิ์ชยารามคามวดี ชื่อเดิมนี้ในบางแหล่งสะกดต่างกันเล็กน้อย จึงควรมองว่าเป็นรายละเอียดเอกสารที่มีเวอร์ชันไม่ตรงกัน ไม่ใช่จุดสรุปตายตัวของตำนาน
แก่นของเรื่องอยู่ที่พระประธานซึ่งเรียกกันว่า “พระเหลาเทพนิมิต” หรือในบางเอกสารพบรูปสะกด “พระเหลาเทพนิมิตร” พระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย สูงประมาณ 2.70 เมตร หน้าตักประมาณ 2.85 เมตร ข้อมูลการท่องเที่ยวอธิบายลักษณะว่าเกี่ยวข้องกับศิลปะล้านช้าง สกุลช่างเวียงจันทน์ และได้รับอิทธิพลล้านนา แต่ก็สันนิษฐานว่าสร้างหลังช่วงอิทธิพลนั้นเล็กน้อย เพราะเห็นร่องรอยฝีมือช่างท้องถิ่นผสมอยู่ด้วย
หลักฐานที่พอจัดเป็นประวัติศาสตร์และศิลปกรรม
ส่วนที่ค่อนข้างเป็นข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์คือการมีอยู่ของวัด สิมหรืออุโบสถเก่า และพระประธานในพื้นที่พนา โดยมีการระบุปีสร้างราว พ.ศ. 2263 ซึ่งทำให้วัดแห่งนี้ถูกมองเป็นวัดเก่าของชุมชน นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่าอุโบสถเก่าได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานใน พ.ศ. 2547 รายละเอียดเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่าพระเหลาเทพนิมิตไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล่าลอย ๆ แต่ผูกกับสถานที่จริง สิ่งก่อสร้างจริง และการรับรู้ในระดับหน่วยงานราชการ
ด้านรูปแบบศิลปกรรม ข้อมูลที่มีอยู่ไม่ได้อธิบายเพียงความศักดิ์สิทธิ์ แต่ให้ภาพของงานช่างในบริบทอีสานลุ่มน้ำโขง พระประธานปางมารวิชัยที่ทำด้วยปูนปั้น ลงรักปิดทอง และมีสัดส่วนใหญ่พอเป็นศูนย์กลางของอุโบสถ แสดงให้เห็นบทบาทของพระพุทธรูปในฐานะหลักใจของชุมชน ขณะเดียวกันคำว่าได้รับอิทธิพลล้านช้างและล้านนา แต่มีฝีมือช่างท้องถิ่นมาก ก็ชี้ว่าความงามขององค์พระอาจเกิดจากการผสมผสานทางศิลปะ มากกว่าจะอธิบายด้วยเส้นทางเดียวแบบเรียบง่าย
ตำนานการสร้าง: ช่างมนุษย์หรือเทพยดานิมิต
ข้อมูลจากสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอำนาจเจริญเล่าเรื่องการสร้างในลักษณะที่มีตัวบุคคลเกี่ยวข้องอย่างชัดเจน โดยระบุว่าพระครูธิเป็นผู้ชักชวนสร้างวัดริมกุดบึงใหญ่ สร้างอุโบสถราว พ.ศ. 2263 แล้วออกแบบพระประธาน จากนั้นมอบให้ภิกษุแก้วกับภิกษุอินเป็นผู้สร้าง และต่อมาให้ภิกษุซาพรหมแก้ไขให้งดงามขึ้น ในเวอร์ชันนี้ ความงามของพระเหลาเกิดจากการออกแบบ การลงมือทำ และการปรับแก้ของช่างหรือพระภิกษุผู้มีฝีมือ
แต่ในแหล่งข้อมูลราชการและเอกสารสรุปบางชุด เรื่องเดียวกันถูกเล่าในเชิงตำนานว่าองค์พระงามเพราะ “เทพยดาเป็นผู้นิมิตขึ้นมา” หรือมีเทพยดาช่วยให้เกิดรูปพระที่งดงามเกินฝีมือคนธรรมดา ความต่างนี้เป็นหัวใจของตำนานพระเหลาเทพนิมิต เพราะทำให้ผู้อ่านเห็นสองชั้นของความทรงจำ ชั้นหนึ่งคือบันทึกที่พยายามระบุคนสร้าง อีกชั้นหนึ่งคือความเชื่อของชุมชนที่ยกความงามขององค์พระไปสู่ระดับเหนือมนุษย์
ชื่อ “พระเหลา” ตามเรื่องเล่าของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอำนาจเจริญ อธิบายว่ามาจากความงามประณีตดุจถูกเหลาด้วยมือ ส่วนชื่อ “เทพนิมิต” ระบุว่าได้รับการเติมใน พ.ศ. 2441 โดยพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ หากยึดตามบันทึกนี้ ชื่อขององค์พระจึงสะท้อนทั้งสายตาที่ชื่นชมฝีมือช่างและความหมายทางศรัทธา อย่างไรก็ตาม ข้อมูลชื่อบุคคลบางแห่งยังสะกดต่างกัน เช่น พระครูธิหรือพระครูชิ จึงควรอ่านในฐานะเรื่องเล่าที่มีหลายสำนวน
ความเชื่อเรื่องลำแสง การบนบาน และวิธีอ่านตำนานนี้
นอกจากเรื่องกำเนิดองค์พระแล้ว ยังมีความเชื่อท้องถิ่นว่าในคืนวันพระอาจเห็นลำแสงออกจากอุโบสถ เรื่องนี้ควรจัดเป็นความเชื่อและประสบการณ์เล่าต่อ ไม่ใช่หลักฐานพิสูจน์ทางประวัติศาสตร์แบบเดียวกับปีสร้างวัดหรือการขึ้นทะเบียนโบราณสถาน ความน่าสนใจของเรื่องลำแสงอยู่ที่บทบาททางจิตใจ เพราะทำให้พื้นที่อุโบสถเก่าและพระประธานไม่ได้เป็นเพียงวัตถุศิลปกรรม แต่เป็นสถานที่ที่ผู้คนรับรู้ว่ามีพลังศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง
อีกความเชื่อหนึ่งคือการบนบานต่อพระเหลาเทพนิมิต โดยเฉพาะการขอบุตรหรือขอความสำเร็จ เรื่องนี้สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับพระพุทธรูปในฐานะที่พึ่งทางใจ มากกว่าจะเป็นคำรับรองว่าคำขอจะสำเร็จเสมอ การเล่าตำนานในวันนี้จึงควรให้พื้นที่แก่ศรัทธาของชาวบ้าน ขณะเดียวกันก็แยกให้ชัดว่าหลักฐานที่ตรวจสอบได้คือวัด พระประธาน อุโบสถเก่า และข้อมูลศิลปกรรม ส่วนปาฏิหาริย์เป็นความเชื่อที่สืบต่อในชุมชน
เมื่ออ่านตำนานพระเหลาเทพนิมิตอย่างรอบด้าน เราจะเห็นว่าความงามขององค์พระมีทั้งคำอธิบายจากฝีมือมนุษย์และคำอธิบายจากโลกความเชื่อ เวอร์ชันที่มีพระครูธิ ภิกษุแก้ว ภิกษุอิน และภิกษุซาพรหม ทำให้เห็นร่องรอยคนทำงานช่าง ส่วนเวอร์ชันเทพยดานิมิตทำให้เห็นความรู้สึกของผู้ศรัทธาที่มองว่าพระองค์นี้งดงามเกินสามัญ ทั้งสองชั้นไม่ได้จำเป็นต้องลบล้างกัน หากเราอ่านอย่างรู้ว่าอะไรคือบันทึก อะไรคือศรัทธา และอะไรคือเสียงเล่าของท้องถิ่นอำนาจเจริญ



