ผีตาโขนในด่านซ้าย: ประเพณีที่ต้องอ่านคู่กับตำนาน
ผีตาโขนเป็นชื่อที่ผูกกับอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เอกสารจาก THAILAND.GO.TH ของกรมประชาสัมพันธ์ และฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทยของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ต่างระบุสอดคล้องกันว่า ผีตาโขนเป็นการละเล่นหรือประเพณีที่อยู่ในบริบทของ “งานบุญหลวง” ของด่านซ้าย ไม่ใช่เรื่องเล่าโดดเดี่ยวที่แยกจากพิธีกรรมชุมชน
จุดที่ควรแยกให้ชัดคือ สิ่งที่เอกสารยืนยันได้กับสิ่งที่อยู่ในชั้นของตำนานและความเชื่อ เอกสารร่วมสมัยช่วยบอกว่ามีงานบุญหลวง มีขบวนผีตาโขน และมีพิธีที่เกี่ยวข้องกับบุญพระเวส การขอฝน และการลอยเคราะห์ แต่คำอธิบายว่าผีเหล่านี้มีที่มาอย่างไร ควรนำเสนอในฐานะตำนานท้องถิ่น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่พิสูจน์แล้ว
เมื่อนำมาอ่านในฐานะตำนาน ผีตาโขนจึงไม่ได้เป็นเพียงภาพขบวนหน้ากากสีสันในงานเทศกาล หากยังเป็นส่วนหนึ่งของวิธีที่ชุมชนเล่าความสัมพันธ์ระหว่างงานบุญ พระเวสสันดรชาดก ความเชื่อเรื่องสิ่งที่มองไม่เห็น และฤดูกาลพิธีกรรมของท้องถิ่น การกล่าวถึงผีตาโขนอย่างรอบคอบจึงควรมองทั้งด้านประเพณีที่มีเอกสารบันทึก และด้านความเชื่อที่ชุมชนใช้เล่าสืบกันมา
ตำนานมหาเวสสันดร: ผีป่าและสัตว์ที่ติดตามมาส่ง
คำอธิบายเชิงตำนานที่ปรากฏในเอกสารกล่าวถึงมหาเวสสันดรชาดก เมื่อพระเวสสันดรและพระนางมัทรีเสด็จกลับเมือง มีเรื่องเล่าว่าเหล่าผีป่าและสัตว์ติดตามมาส่ง ตำนานนี้ถูกนำมาอธิบายที่มาของขบวนผีตาโขนในงานบุญหลวง ทำให้การแห่ผีตาโขนสัมพันธ์กับเรื่องพระเวสสันดรในกรอบความเชื่อของชุมชน
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดดังกล่าวควรอ่านในฐานะคำอธิบายทางตำนาน ไม่ใช่บันทึกเหตุการณ์ในอดีตตามตัวอักษร เอกสารไม่ได้ยืนยันว่ามีขบวนผีป่าและสัตว์เกิดขึ้นจริงในทางประวัติศาสตร์ แต่ยืนยันว่ามีการใช้เรื่องเล่าจากมหาเวสสันดรชาดกมาอธิบายประเพณีผีตาโขน ซึ่งอยู่ร่วมกับบุญพระเวสหรือบุญผะเหวดในงานบุญหลวง
ที่มาของคำว่า “ผีตาโขน” ก็มีมากกว่าหนึ่งคำอธิบาย แหล่งจาก THAILAND.GO.TH ระบุความเชื่อว่าคำนี้เพี้ยนจาก “ผีตามคน” ซึ่งสอดคล้องกับเรื่องผีป่าและสัตว์ที่ติดตามขบวนพระเวสสันดร ส่วนหมายเหตุการค้นคว้าระบุว่าข้อมูลจาก Museum Thailand กล่าวถึงทั้งแนว “ผีตามคน” และ “ผีตาขน” ความแตกต่างนี้สะท้อนว่าตำนานท้องถิ่นอาจมีหลายสำนวน จึงไม่ควรเลือกสำนวนใดเป็นข้อเท็จจริงเด็ดขาดหากไม่มีหลักฐานรองรับมากกว่า
งานบุญหลวง: บุญพระเวส การขอฝน และพิธีของชุมชน
เอกสารทั้งสองแหล่งวางผีตาโขนไว้ในงานบุญหลวงของด่านซ้าย แต่รายละเอียดเรื่ององค์ประกอบของงานอธิบายไม่เหมือนกันทั้งหมด แหล่งจากกรมประชาสัมพันธ์ระบุว่างานบุญหลวงรวมบุญผะเหวด บุญบั้งไฟ และบุญซำฮะ ส่วนฐานข้อมูลของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรระบุว่างานผีตาโขนเป็นส่วนหนึ่งของงานบุญพระเวสหรือบุญหลวง จัดในช่วงเดือน 6-7 และรวมกับการขอฝนและการแห่บั้งไฟ
ความแตกต่างนี้ควรอ่านอย่างระมัดระวัง เพราะอาจเป็นผลจากวิธีอธิบายและการจัดหมวดพิธีกรรมที่ต่างกัน บางแหล่งอธิบายเป็นการรวมพิธีสำคัญหลายงาน ขณะที่บางแหล่งเน้นความสัมพันธ์กับบุญพระเวสและการขอฝน แกนร่วมที่เห็นได้คือ ผีตาโขนไม่ได้แยกจากงานบุญ แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบพิธีที่ชุมชนด่านซ้ายให้ความสำคัญ
ฐานข้อมูลของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรยังกล่าวถึงบุคคลและตำแหน่งพิธีในงาน เช่น เจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม แสน และนางแต่ง รวมถึงระบุว่าวันที่สองมีพิธีสู่ขวัญพระเวส ขบวนแห่พระเวส และบั้งไฟ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่างานผีตาโขนไม่ได้มีเพียงด้านการละเล่น แต่ตั้งอยู่ในลำดับพิธีที่เกี่ยวข้องกับงานบุญและความเชื่อของท้องถิ่น
ชุดผี การทิ้งอุปกรณ์ และความเชื่อเรื่องลอยเคราะห์
รายละเอียดที่เอกสารกล่าวสอดคล้องกันอีกประการคือ หลังการเล่นหรือหลังขบวน ผู้เล่นนำชุดหรืออุปกรณ์ไปทิ้งที่ลำน้ำหมันหรือแม่น้ำหมัน โดยอธิบายในเชิงการลอยเคราะห์หรือปล่อยเคราะห์ แหล่งจากกรมประชาสัมพันธ์ยังเชื่อมโยงประเพณีกับความเชื่อเรื่องผีบรรพบุรุษ การขอฝน และการปล่อยสิ่งไม่ดีออกไปจากตัวและชุมชน
ข้อมูลส่วนนี้ทำให้เห็นว่าหน้ากาก ชุด และอุปกรณ์ในงานผีตาโขนไม่ได้ปรากฏเฉพาะในฐานะเครื่องแต่งกายในขบวนเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามความเชื่อเรื่องลอยเคราะห์ด้วย อย่างไรก็ดี บันทึกการค้นคว้าที่ใช้ในบทความนี้ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับวัสดุ สี รูปแบบ หรือความหมายเฉพาะของลวดลายบนหน้ากากและชุด จึงไม่ควรเติมคำอธิบายเกินกว่าที่เอกสารระบุ
เมื่อพิจารณาทั้งหมด ผีตาโขนแห่งด่านซ้ายจึงเป็นประเพณีที่มีทั้งชั้นของเอกสารและชั้นของตำนาน เอกสารช่วยยืนยันพื้นที่ บริบทงานบุญ และพิธีที่เกี่ยวข้อง ส่วนเรื่องผีป่าและสัตว์ติดตามมาส่งพระเวสสันดรเป็นคำอธิบายตามตำนานและความเชื่อ การอ่านผีตาโขนอย่างเคารพจึงควรไม่ลดทอนให้เหลือเพียงเทศกาลสีสัน และไม่กล่าวตำนานเหมือนเป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์



